คำถามท้ายบทที่ 5
อินเทอร์เน็ตแลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
1. Instant Messaging (IM) คืออะไร สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร และช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไร
- คือระบบการส่งข้อความทันที ระหว่างสองคน หรือกลุ่มคนใน เน็ตเวิร์กเดียวกัน เช่น การส่งข้อความผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- สนับสนุนการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็วฉับไว ทำให้การติอต่อสื่อสารทางธุรกิจมีความสะดวกสบาย และเป็นการลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้เป็นอย่างมาก
2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Business อย่างไร
- E-Commerce จะเน้นการซื้อขายสินค้า หรือบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ส่วน
E-Business เป็นการดำเนินธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนหน้าร้านและหลังร้าน3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ(B2B),ธุรกิจกับลูกค้า(B2C),ธุรกิจกับภาครัฐ(B2G) และลูกค้ากับลูกค้า(C2C)
- ธุรกิจกับธุรกิจ เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งเน้นให้บริการกับลูกค้าที่เป็นองค์การธุรกิจด้วยกัน เช่น โรงสีข้าวกับบริษัทผู้ส่งออก
- ธุรกิจกับลูกค้า เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจผู้ซื้อหรือลูกค้า เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัดธุรกิจก่อสร้างกับผู้รับเหมา
- ธุรกิจกับภาครัฐ เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจเอกชนกับภาครัฐ เช่น การประมูลโครงการต่างๆ
- ลูกค้ากับลูกค้า เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน เช่น การฝากขายสินค้าไว้กับเว็บไซต์
4. จงยกตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมาอย่างละ 5 ข้อ
- ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
1. ทำรูปแบบให้มีความน่าสนใจ
2. สินค้าต้องมีคุณภาพตามที่โฆษณาไว้
3. ความชัดเจน ความกระชับของข้อความโฆษณา
4. มีการทำระบบให้เข้าใจง่าย ง่ายต่อการใช้งาน
5. มีเงื่อนไขการสั่งซื้อที่ชัดเจน การส่งสินค้า นโยบาย การยืนยันหลังการสั่งซื้อ
- ปัจจัยที่ทำให้ล้มเหลว
1. สินค้าไม่ได้มาตรฐานตามที่โฆษณาไว้
2. การบริหารจัดการไม่ดี
3. ไม่มีการบริการหลังการขาย
4. ระบบที่ยุ่งยาก ยากต่อการใช้งาน
5. เกิดความผิดพลาดในระบบอยู่บ่อยครั้ง
5. อินเทอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ กับลูกค้าอย่างไรบ้าง
- ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้ามีมากขึ้นเนื่องจาก การติดต่อสื่อสารมีความรวดเร็ว ,ประหยัดค่าใช้จ่าย และสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา
6. อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์ต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง
- มีความรวดเร็ว
- ประหยัดค่าใช้จ่าย
- ติดต่อกันได้สะดวก
- มีความทันสมัยในรูปแบบการนำเสนอ
- มีการเสนอข้อมูลสินค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- มีการแจ้งข่าวสารได้อย่างสม่ำเสมอ
7. ในยุคของความเจริญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การจัดจำหน่างซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมน่าจะลดน้อยลง และได้รับความนิยมน้อยกว่าการจำหน่ายโดยวิธีการดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น การจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเพราะเหตุใด
- เนื่องจากการดาวน์โหลดมีความยุ่งยาก บางครั้งอาจใช้เวลานานมาก และประสิทธิภาพของซแฟต์แวร์ที่ดาวน์โหลดมาก็ไม่ดีเท่ากับซีดีรอม ข้อดีของซีดีรอมก็คือ สามารถติดตั้งได้ทันที รวดเร็วกว่า สะดวก และมีประสิทธิภาพดี
วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
กรณีศึกษาที่5
กรณีศึกษาบทที่ 5
SF Cinema City นำไอทีพัฒนาธุรกิจและบริการ
1. ระบบไอทีที่เอส เอฟ ซีนีม่า ซิตี้ นำมาใช้นี้ส่งผลต่อเจ้าของธุรกิจและผู้ใช้บริการอย่างไรบ้าง
ตอบ ทำให้โรงภาพยนตร์มีค่าใช้จ่ายลดลงไม่ว่าจะเป็นค่ากระดาษที่ใช้ทำตั๋ว ค่าจ้างพนักงานที่ออกตั๋ว นอกจากนี้ทางผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวกสบายในการจองตั๋วและการชำระเงิน
2. ระบบที่นำมาใช้นี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
ตอบ การชำระเงินผ่านบัตรเครติตเป็นเรี่องสะดวกก็จริง แต่บางคนก็ไม่มีบัตรเครดิตทำให้ไม่สามารถจองตั๋วได้ดังนั้นจะทำให้โรงภาพยนต์ได้กลุ่มลูกค้าที่มีแต่บัตรเครดิตเท่านั้นไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต
3. หากจะนำระบบไอทีของเอส เอฟ ซินีม่า มาให้บริการด้านอื่น ๆ จะแนะนำให้นำไอทีมาต่อยอด
ตอบ 1. นำมาใช้กับการจองห้องพักของโรงแรม
2. การจองตั๋วเครื่องบิน
3. การลงทะเบียนของนักศึกษา
SF Cinema City นำไอทีพัฒนาธุรกิจและบริการ
1. ระบบไอทีที่เอส เอฟ ซีนีม่า ซิตี้ นำมาใช้นี้ส่งผลต่อเจ้าของธุรกิจและผู้ใช้บริการอย่างไรบ้าง
ตอบ ทำให้โรงภาพยนตร์มีค่าใช้จ่ายลดลงไม่ว่าจะเป็นค่ากระดาษที่ใช้ทำตั๋ว ค่าจ้างพนักงานที่ออกตั๋ว นอกจากนี้ทางผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวกสบายในการจองตั๋วและการชำระเงิน
2. ระบบที่นำมาใช้นี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
ตอบ การชำระเงินผ่านบัตรเครติตเป็นเรี่องสะดวกก็จริง แต่บางคนก็ไม่มีบัตรเครดิตทำให้ไม่สามารถจองตั๋วได้ดังนั้นจะทำให้โรงภาพยนต์ได้กลุ่มลูกค้าที่มีแต่บัตรเครดิตเท่านั้นไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต
3. หากจะนำระบบไอทีของเอส เอฟ ซินีม่า มาให้บริการด้านอื่น ๆ จะแนะนำให้นำไอทีมาต่อยอด
ตอบ 1. นำมาใช้กับการจองห้องพักของโรงแรม
2. การจองตั๋วเครื่องบิน
3. การลงทะเบียนของนักศึกษา
กรณีศึกษาที่4
กรณีศึกษาบทที่ 4
การใช้เครือข่าวไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ (Hertz)
1. จากการประยุกต์ใช้เครือข่ายไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ที่ได้กล่าวข้างต้น แอปพลิเคชั่นที่ประยุกต์เพื่อใช้งานธุรกิจภายในองค์การมีอะไรบ้าง และมีแอปพลิเคชันใดบ้างที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ตอบ 1. การให้บริการเช่ารถยนต์ด้วยความรวดเร็ว
2. การคืนรถยนต์อัตโนมัติ
3. บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
4. การตรวจสอบเส้นทางเดิน
5. บริการเสริมสำหรับลูกค้า
6. การตรวจสอบตำแหน่ง
แอปพลิเคชันที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือ บริการเสริมต่างๆ สำหรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการให้บริการดาวโหลดข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน แผนที่แหล่งช้อปปิ้ง ตลอดจนร้านค้า โรงแรม และแหล่งบันเทิงต่างๆ ผ่านทางเครื่องพีดีเอ
2. ประโยชน์อะไรบ้างที่เฮิร์ตซ์ได้รับจากการตรวจสอบตำแหน่งของรถเช่า และในฐานะที่ท่านเป็นผู้เช่ารถ ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการดำเนินการในลักษณะนี้
ตอบ ช่วยให้บริษัทตรวจสอบได้ว่ารถยนต์ ขณะนี้อยู่ที่ใด ขับด้วยความเร็วเท่าใด และในฐานะที่
เป็นผู้เช่ามีความเห็นว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวมากเกินไป
กรณีศึกษาบทที่ 4
การใช้ RIFD ในห่วงโซ่อุปทานของยา
1. ท่านคิดว่า RIFD มีข้อได้เปรียบกว่าบาร์โค้ดอย่างไรบ้าง
ตอบ สามารถตรวจสอบยาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าบาร์โค้ดเนื่องจากการใช้ RIFD นั้นสามารถระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุโดยการสแกนผ่านรูปทรงของวัตถุได้เลย แต่ในส่วนของบาร์โค้ดนั้นต้องนำที่สแกนไปสแกนให้ตรงกับตำแหน่งที่ติดตั้งฉลากบาร์โค้ดจึงจะสามารถสแกนข้อมูลของยาได้ดังนั้นการใช้บาร์โค้ดจึงทำให้เป็นการเสียเวลามากกว่า
2. จงยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี RFID ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจต่าง ๆ มา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1.ร้านรองเท้า
2 ร้านเครื่องเขียน
3 ห้างสรรพสินค้า
3. ท่านคิดว่าข้อจำกัดของการนำ RFID ไปใช้ในงานธุรกิจมีอะไรบ้าง
ตอบ การติดตั้งระบบค่อนข้างมีราคาแพงอาจไม่คุ้มทุนนะถ้าหากว่าธุรกิจมีขนาดไม่ใหญ่ และ การดูแลระบบอาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะต้องจ้างผู้ตรวจสอบระบบเพิ่มต่างหากทำให้เป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับธุรกิจ
การใช้เครือข่าวไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ (Hertz)
1. จากการประยุกต์ใช้เครือข่ายไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ที่ได้กล่าวข้างต้น แอปพลิเคชั่นที่ประยุกต์เพื่อใช้งานธุรกิจภายในองค์การมีอะไรบ้าง และมีแอปพลิเคชันใดบ้างที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ตอบ 1. การให้บริการเช่ารถยนต์ด้วยความรวดเร็ว
2. การคืนรถยนต์อัตโนมัติ
3. บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
4. การตรวจสอบเส้นทางเดิน
5. บริการเสริมสำหรับลูกค้า
6. การตรวจสอบตำแหน่ง
แอปพลิเคชันที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือ บริการเสริมต่างๆ สำหรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการให้บริการดาวโหลดข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน แผนที่แหล่งช้อปปิ้ง ตลอดจนร้านค้า โรงแรม และแหล่งบันเทิงต่างๆ ผ่านทางเครื่องพีดีเอ
2. ประโยชน์อะไรบ้างที่เฮิร์ตซ์ได้รับจากการตรวจสอบตำแหน่งของรถเช่า และในฐานะที่ท่านเป็นผู้เช่ารถ ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการดำเนินการในลักษณะนี้
ตอบ ช่วยให้บริษัทตรวจสอบได้ว่ารถยนต์ ขณะนี้อยู่ที่ใด ขับด้วยความเร็วเท่าใด และในฐานะที่
เป็นผู้เช่ามีความเห็นว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวมากเกินไป
กรณีศึกษาบทที่ 4
การใช้ RIFD ในห่วงโซ่อุปทานของยา
1. ท่านคิดว่า RIFD มีข้อได้เปรียบกว่าบาร์โค้ดอย่างไรบ้าง
ตอบ สามารถตรวจสอบยาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าบาร์โค้ดเนื่องจากการใช้ RIFD นั้นสามารถระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุโดยการสแกนผ่านรูปทรงของวัตถุได้เลย แต่ในส่วนของบาร์โค้ดนั้นต้องนำที่สแกนไปสแกนให้ตรงกับตำแหน่งที่ติดตั้งฉลากบาร์โค้ดจึงจะสามารถสแกนข้อมูลของยาได้ดังนั้นการใช้บาร์โค้ดจึงทำให้เป็นการเสียเวลามากกว่า
2. จงยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี RFID ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจต่าง ๆ มา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1.ร้านรองเท้า
2 ร้านเครื่องเขียน
3 ห้างสรรพสินค้า
3. ท่านคิดว่าข้อจำกัดของการนำ RFID ไปใช้ในงานธุรกิจมีอะไรบ้าง
ตอบ การติดตั้งระบบค่อนข้างมีราคาแพงอาจไม่คุ้มทุนนะถ้าหากว่าธุรกิจมีขนาดไม่ใหญ่ และ การดูแลระบบอาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะต้องจ้างผู้ตรวจสอบระบบเพิ่มต่างหากทำให้เป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับธุรกิจ
บทที่4
1. จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้
1.1 โปรโตคอล
ตอบ กฏหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูล
1.2 การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI)
ตอบ เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐานสากล
1.3 บลูทูธ
ตอบ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายระยะสั้นไม่เกิน 10 เมตรโดยใช้คลื่นวิทยุในการส่งข้อมูล
2. จากรูปที่กำหนดให้ จงอธิบายเปรียบเทียบมาตรฐานการสื่อสารและเครือข่าย การนำไปใช้งานระหว่าง PAN, LAN, WLAN และ WWAN
ตอบ 1. PAN เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล สำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศและบริการตลอดจนการใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน เทคโนโลยีที่นำมาใช้เช่น บลูทูธ
2. LAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น ระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ความเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูลประมาณ 10-100 Mbps สื่อที่ใช่มักเป็นสายสัญญาณ
3. WLAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นแบบไร้สาย เป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายระยะใกล้โดยไม่มีการเดินสายสัญญาณ
4. WWAN เป็นเครือข่ายไร้สายขนาดใหญ่ครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก
3. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มา
ตอบ 1. โทรศัพท์มือถือ
2. วิทยุสื่อสาร (WalkyTalky)
3. สถานีวิทยุและโทรทัศน์
4. ไวแม็กซ์ต่างจากไวไฟอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ไวแม็กซ์เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สารระดับบรอดแบรนด์บนมาตรฐาน IEEE 802.16 สามารถส่งข้อมูลได้กว้างประมาณ 50 กิโลเมตร ส่วนไวไฟเป็นเทคโนโลยีอินเทอเน็ตไร้สายความเร็วสูงใช้สัญญาณวิทยุในการับส่งข้อมูลแต่มีความสามารถในการส่งข้อมูลจากจุดแอกเซสพอยท์ หรือจุดรับข้อมูลใกล้กว่าไวแม็กซ์
5. จงอธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลไร้สาย (Wireless PAN หรือ WPAN) ที่บ้าน และท่านจะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้างในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้
ตอบ เมื่อนำระบบ WPAN มาใช้ที่บ้านก็จะประยุกต์ไปใช้ในเรื่องของการสั่งพิมพ์งานเอกสารต่างๆ ออกทางเครื่องพิมพ์ทำให้เวลาพิมพ์งานนั้นสะดวกรวดเร็วและไม่ต้องมีสายต่อพ่วงอุปกรณ์ต่างๆ ให้เกะกะ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ก็มี เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีบลูทูธ เครื่องพิมพ์ที่รองรับระบบบลูทูธ
6. จงยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายมา 2 ตัวอย่าง
ตอบ 1. เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นการสื่อสารแบบไร้สายมากขึ้นเนื่องจากงานต่อการติดตั้งและดูแลรักษาทำได้ง่ายกว่าแบบมีสายสัญญาณ
2. จะมีการคิดค้นหรือปรับปรุงเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบเครือข่ายที่มีความสามารถในการสื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วมากยิ่งขึ้น
1.1 โปรโตคอล
ตอบ กฏหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูล
1.2 การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI)
ตอบ เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐานสากล
1.3 บลูทูธ
ตอบ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายระยะสั้นไม่เกิน 10 เมตรโดยใช้คลื่นวิทยุในการส่งข้อมูล
2. จากรูปที่กำหนดให้ จงอธิบายเปรียบเทียบมาตรฐานการสื่อสารและเครือข่าย การนำไปใช้งานระหว่าง PAN, LAN, WLAN และ WWAN
ตอบ 1. PAN เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล สำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศและบริการตลอดจนการใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน เทคโนโลยีที่นำมาใช้เช่น บลูทูธ
2. LAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น ระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ความเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูลประมาณ 10-100 Mbps สื่อที่ใช่มักเป็นสายสัญญาณ
3. WLAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นแบบไร้สาย เป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายระยะใกล้โดยไม่มีการเดินสายสัญญาณ
4. WWAN เป็นเครือข่ายไร้สายขนาดใหญ่ครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก
3. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มา
ตอบ 1. โทรศัพท์มือถือ
2. วิทยุสื่อสาร (WalkyTalky)
3. สถานีวิทยุและโทรทัศน์
4. ไวแม็กซ์ต่างจากไวไฟอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ไวแม็กซ์เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สารระดับบรอดแบรนด์บนมาตรฐาน IEEE 802.16 สามารถส่งข้อมูลได้กว้างประมาณ 50 กิโลเมตร ส่วนไวไฟเป็นเทคโนโลยีอินเทอเน็ตไร้สายความเร็วสูงใช้สัญญาณวิทยุในการับส่งข้อมูลแต่มีความสามารถในการส่งข้อมูลจากจุดแอกเซสพอยท์ หรือจุดรับข้อมูลใกล้กว่าไวแม็กซ์
5. จงอธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลไร้สาย (Wireless PAN หรือ WPAN) ที่บ้าน และท่านจะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้างในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้
ตอบ เมื่อนำระบบ WPAN มาใช้ที่บ้านก็จะประยุกต์ไปใช้ในเรื่องของการสั่งพิมพ์งานเอกสารต่างๆ ออกทางเครื่องพิมพ์ทำให้เวลาพิมพ์งานนั้นสะดวกรวดเร็วและไม่ต้องมีสายต่อพ่วงอุปกรณ์ต่างๆ ให้เกะกะ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ก็มี เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีบลูทูธ เครื่องพิมพ์ที่รองรับระบบบลูทูธ
6. จงยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายมา 2 ตัวอย่าง
ตอบ 1. เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นการสื่อสารแบบไร้สายมากขึ้นเนื่องจากงานต่อการติดตั้งและดูแลรักษาทำได้ง่ายกว่าแบบมีสายสัญญาณ
2. จะมีการคิดค้นหรือปรับปรุงเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบเครือข่ายที่มีความสามารถในการสื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วมากยิ่งขึ้น
กรณีศึกษาที่3
1. ฐานข้อมูลกลางของคนไข้ที่โรงพยาบาลจัดเก็บสามารถนำมาวิเคราะห์โดยใช้ดาด้าไมนิ่งได้อย่างไรบ้าง
ตอบ 1. สามารถนำมาวิเคราะห์อาการของคนไข้ว่าอยู่ในระดับใด
2. ทำให้การวินิจฉัยคนไข้ทำได้ถูกต้องแม่นยำและมีความรวดเร็ว
3. สามารถวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ในอนาคตได้โดยดูได้จากประวัติการดื้อยาของคนไข้
4. สามารถนำข้อมูลการรักษาต่างๆ มาจัดทำเป็นแผนป้องกัน และเผยแพร่ความรู้ในโรคที่กำลังจะระบาด
2. หากโรงพยาบาลต้องการพัฒนาระบบใเป็น Web Service ระบบควรมีความสามารถในการให้บริการด้านใดบ้าง
ตอบ 1. สามารถจองคิวรักษาตลอดจนถึงการจองห้องพักล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้
สามารถตรวจเช็คว่าในโรงพยาบาลมีแพทย์เฉพาะทางหรือไม่
2. สามารถตรวจสอบราคาของค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้
3. สามารถตรวจสอบได้ว่ามีบริษัทประกันสุขภาพใดบ้างที่สามารถใช้บริการได้ในโรงพยาบาลนี้
4. สามารถตรวจสอบได้ว่าโรงพยาบาลมีการให้บริการด้านใดบ้าง
5. ให้บริการดาวโหลดแผนที่ตำแหน่งต่างๆ ภายในโรงพยาบาล
6. นำระบบเว็ปแคมมาประยุกต์ใช้สำหรับการเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาลในกรณีที่ญาติผู้ป่วยต้องการเยี่ยมคนไข้แต่ไม่สะดวกที่จะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
ตอบ 1. สามารถนำมาวิเคราะห์อาการของคนไข้ว่าอยู่ในระดับใด
2. ทำให้การวินิจฉัยคนไข้ทำได้ถูกต้องแม่นยำและมีความรวดเร็ว
3. สามารถวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ในอนาคตได้โดยดูได้จากประวัติการดื้อยาของคนไข้
4. สามารถนำข้อมูลการรักษาต่างๆ มาจัดทำเป็นแผนป้องกัน และเผยแพร่ความรู้ในโรคที่กำลังจะระบาด
2. หากโรงพยาบาลต้องการพัฒนาระบบใเป็น Web Service ระบบควรมีความสามารถในการให้บริการด้านใดบ้าง
ตอบ 1. สามารถจองคิวรักษาตลอดจนถึงการจองห้องพักล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้
สามารถตรวจเช็คว่าในโรงพยาบาลมีแพทย์เฉพาะทางหรือไม่
2. สามารถตรวจสอบราคาของค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้
3. สามารถตรวจสอบได้ว่ามีบริษัทประกันสุขภาพใดบ้างที่สามารถใช้บริการได้ในโรงพยาบาลนี้
4. สามารถตรวจสอบได้ว่าโรงพยาบาลมีการให้บริการด้านใดบ้าง
5. ให้บริการดาวโหลดแผนที่ตำแหน่งต่างๆ ภายในโรงพยาบาล
6. นำระบบเว็ปแคมมาประยุกต์ใช้สำหรับการเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาลในกรณีที่ญาติผู้ป่วยต้องการเยี่ยมคนไข้แต่ไม่สะดวกที่จะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
บทที่3
คำถามท้ายบทที่ 3
1. จากภาพที่กำหนดให้ จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ พร้อมยกตัวอย่าง
1.1 ฐานข้อมูล (Database)
ตอบ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล และมีซอฟแวร์ระบบบริหารจัดการข้อมูลช่วยให้การจัดเก็บและค้นหาข้อมูลโดยโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเช่น ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย ฐานข้อมูลแบบกระจาย
1.2 คลังข้อมูล (Data Warehouse)
ตอบ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและหลากชนิดเข้าด้วยกัน เข้าเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์การโดยข้อมูลเหล่านี้ได้รับการเลือก การกลั่นกลอง ปรับแก้ไขให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันเช่นจากภาพ A ถือเป็นคลังข้อมูล (Data Warehouse) โดยข้อมูลจะผ่าน ETL ปรับเปลี่ยนให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบ และค่าที่เหมาะสมก่อนจะจัดเก็บในคลังข้อมูล A
1.3 ดาต้ามาร์ท (Data Mart)
ตอบ เป็นคลังข้อมูลขนาดเล็กที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีขนาดของข้อมูลและค่าใช้จ่ายต่ำ ประโยชน์ที่เด่นชัดคือ การจัดทำคลังข้อมูลใช้เวลาสั้น การนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจก็สะดวกกว่าการใช้คลังข้อมูลกลางขององค์การเช่นจากภาพส่วนที่เป็น ดาต้ามาร์ท (Data Mart) ได้แก่ ฐานข้อมูลงานขาย ฐานข้อมูลการผลิต
1.4 ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)
ตอบ เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด (Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ชั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถหารูปแบบแนวโน้ม พฤติกรรม ความสัมพันธ์ที่ซ่อนในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่เช่น ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ลำดับของข้อมูล การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง การพยากรณ์
1.5 การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)
ตอบ เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหาและวิเคาระห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วเช่น การหมุนมิติ (Rotation) การเลือกช่วงข้อมูล (Ranging) การเลือกระดับชั้น (Hierarchy)
1.6 จากภาพที่กำหนด A B และ C หมายถึงสิ่งใด
คอบ A = คลังข้อมูล B = ดาต้ามาร์ท C = OLAP , Data Mining
2. จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานปฏิบัติการขององค์การ
ตอบ พนักงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
3. ธรุกิจอัฉริยะคืออะไร และมีการนำไปใช้งานอะไร
ตอบ เป็นการใช้ข้อมูลขององค์การที่มีคุณค่ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินงานของธุรกิจ โดยจะเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น การจัดทำประวัติของลูกค้า การประเมินถึงสภาพของตลาดการจัดกลุ่มของตลาด การจัดลำดับทางด้านเครดิต การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร การจัดการความเคลื่อนไหวของสินค้า
4. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดาด้าไมนิ่งมา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. ร้านอาหาร ค้นหาสูตรอาหารใหม่ ๆ
2. โชมรูมรถยนต์ พัฒนารูปแบบการบริหารหลังการขาย
3. สถานบันการศึกษา พัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่
5. จากปัญหาแฟ้มข้อมูลท่านคิดว่าคลังข้อมูลและดาด้าไมนิ่งช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร
ตอบ 1. ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Minimum Redundancy)
2. มีความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence)
3. สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Improved Data Sharing)
4. มีความคล่องตัวในการใช้งาน (Improved Flexibility)
5. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง (High Degree of Data Integrity
1. จากภาพที่กำหนดให้ จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ พร้อมยกตัวอย่าง
1.1 ฐานข้อมูล (Database)
ตอบ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล และมีซอฟแวร์ระบบบริหารจัดการข้อมูลช่วยให้การจัดเก็บและค้นหาข้อมูลโดยโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเช่น ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย ฐานข้อมูลแบบกระจาย
1.2 คลังข้อมูล (Data Warehouse)
ตอบ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและหลากชนิดเข้าด้วยกัน เข้าเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์การโดยข้อมูลเหล่านี้ได้รับการเลือก การกลั่นกลอง ปรับแก้ไขให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันเช่นจากภาพ A ถือเป็นคลังข้อมูล (Data Warehouse) โดยข้อมูลจะผ่าน ETL ปรับเปลี่ยนให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบ และค่าที่เหมาะสมก่อนจะจัดเก็บในคลังข้อมูล A
1.3 ดาต้ามาร์ท (Data Mart)
ตอบ เป็นคลังข้อมูลขนาดเล็กที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีขนาดของข้อมูลและค่าใช้จ่ายต่ำ ประโยชน์ที่เด่นชัดคือ การจัดทำคลังข้อมูลใช้เวลาสั้น การนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจก็สะดวกกว่าการใช้คลังข้อมูลกลางขององค์การเช่นจากภาพส่วนที่เป็น ดาต้ามาร์ท (Data Mart) ได้แก่ ฐานข้อมูลงานขาย ฐานข้อมูลการผลิต
1.4 ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)
ตอบ เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด (Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ชั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถหารูปแบบแนวโน้ม พฤติกรรม ความสัมพันธ์ที่ซ่อนในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่เช่น ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ลำดับของข้อมูล การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง การพยากรณ์
1.5 การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)
ตอบ เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหาและวิเคาระห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วเช่น การหมุนมิติ (Rotation) การเลือกช่วงข้อมูล (Ranging) การเลือกระดับชั้น (Hierarchy)
1.6 จากภาพที่กำหนด A B และ C หมายถึงสิ่งใด
คอบ A = คลังข้อมูล B = ดาต้ามาร์ท C = OLAP , Data Mining
2. จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานปฏิบัติการขององค์การ
ตอบ พนักงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
3. ธรุกิจอัฉริยะคืออะไร และมีการนำไปใช้งานอะไร
ตอบ เป็นการใช้ข้อมูลขององค์การที่มีคุณค่ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินงานของธุรกิจ โดยจะเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น การจัดทำประวัติของลูกค้า การประเมินถึงสภาพของตลาดการจัดกลุ่มของตลาด การจัดลำดับทางด้านเครดิต การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร การจัดการความเคลื่อนไหวของสินค้า
4. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดาด้าไมนิ่งมา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. ร้านอาหาร ค้นหาสูตรอาหารใหม่ ๆ
2. โชมรูมรถยนต์ พัฒนารูปแบบการบริหารหลังการขาย
3. สถานบันการศึกษา พัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่
5. จากปัญหาแฟ้มข้อมูลท่านคิดว่าคลังข้อมูลและดาด้าไมนิ่งช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร
ตอบ 1. ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Minimum Redundancy)
2. มีความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence)
3. สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Improved Data Sharing)
4. มีความคล่องตัวในการใช้งาน (Improved Flexibility)
5. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง (High Degree of Data Integrity
กรณีศึกษาที่1
กรณีศึกษาบทที่ 1
1. ประโยชน์ที่ร้านไอศกรีม Iberry นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้ว ท่านคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง?
1. ทำให้ไม่สูญเสียรายได้ที่ต้องเสียไปกับไอศกรีมที่เสียหาย
2. ป้องกันการทุจริตของพนักงานขาย
3. สามารถทราบได้ว่าไอศกรีมรสชาติใดขายได้มากที่สุดและรสชาติใดขายได้น้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ทำการส่งเสริมการขายได้อย่างถูกต้อง
4. สามารถควบคุมและดูแลสาขายย่อยต่างๆ ให้มีมาตรฐานในการบริการและคุณภาพของสินค้าที่เท่าเทียม
2. ท่านคิดว่าในอนาคตร้านไอศกรีม Iberry สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานด้านใดอีกได้บ้าง?ช่วยในการส่งเสริมการขายต่างๆ โดยการโฆษณาผ่านสื่อสารสนเทศ และช่วยในการจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อสารสนเทศหรืออินเตอร์เน็ท
3. จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศกรีม Iberry นั้น ท่านคิดว่าสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ?ธุรกิจ หอพัก หรือสถานที่ให้เช่าที่พักต่างๆ
1. สามารถใช้ระบบเซนเซอร์เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้า เมื่อแรงดันกระแสไฟฟ้าลดลางจนถึงจุดที่กำหนด ระบบไฟฟ้าสำรองจะทำงาน
2. สามารถใช้กล้องวงจรปิดที่ติดตั้ง เพื่อป้องกันและบันทึกเหตุการณ์ร้ายต่างๆ และตรวจจับพฤติกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายที่ไม่คาดคิด
3. สามารถนำซอฟแวร์มาประยุกต์ใช้ในการคิดค่าเช่า รวมไปถึงค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้าและประปา รวมไปถึงค่าบริการเสริมต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
1. ประโยชน์ที่ร้านไอศกรีม Iberry นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้ว ท่านคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง?
1. ทำให้ไม่สูญเสียรายได้ที่ต้องเสียไปกับไอศกรีมที่เสียหาย
2. ป้องกันการทุจริตของพนักงานขาย
3. สามารถทราบได้ว่าไอศกรีมรสชาติใดขายได้มากที่สุดและรสชาติใดขายได้น้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ทำการส่งเสริมการขายได้อย่างถูกต้อง
4. สามารถควบคุมและดูแลสาขายย่อยต่างๆ ให้มีมาตรฐานในการบริการและคุณภาพของสินค้าที่เท่าเทียม
2. ท่านคิดว่าในอนาคตร้านไอศกรีม Iberry สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานด้านใดอีกได้บ้าง?ช่วยในการส่งเสริมการขายต่างๆ โดยการโฆษณาผ่านสื่อสารสนเทศ และช่วยในการจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อสารสนเทศหรืออินเตอร์เน็ท
3. จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศกรีม Iberry นั้น ท่านคิดว่าสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ?ธุรกิจ หอพัก หรือสถานที่ให้เช่าที่พักต่างๆ
1. สามารถใช้ระบบเซนเซอร์เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้า เมื่อแรงดันกระแสไฟฟ้าลดลางจนถึงจุดที่กำหนด ระบบไฟฟ้าสำรองจะทำงาน
2. สามารถใช้กล้องวงจรปิดที่ติดตั้ง เพื่อป้องกันและบันทึกเหตุการณ์ร้ายต่างๆ และตรวจจับพฤติกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายที่ไม่คาดคิด
3. สามารถนำซอฟแวร์มาประยุกต์ใช้ในการคิดค่าเช่า รวมไปถึงค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้าและประปา รวมไปถึงค่าบริการเสริมต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
บทที่ 1
1. ระบบสารสนเทศคืออะไร และระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร
ระบบสารสนเทศ คือ การนำเอาองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบ มาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลผล และแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการ และสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็คือในปัจจุบันการดำเนินงานทางธุรกิจนั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ข่าวสารเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นจะต้องได้รับทราบและเข้าถึงให้ได้อย่างรวดเร็ว
2. ข้อมูลกับสารสนเทศ และความรู้แตกต่างกันอย่างไร
ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล สารสนเทศคือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ส่วนความรู้คือการรับรู้และความเข้าใจในสารสนเทศจนถึงระดับที่จะสามารถวิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้ก็คือ มีความเข้าใจ (Understanding) ในองค์ประกอบต่าง ๆ จนอาจสร้างเป็นทฤษฎี หรือเป็นแบบจำลองทางความคิด และสามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินงานได้
3. ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศทั่ว ๆ ไปมีอะไรบ้าง
ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input) การประมวลผล (Processing) และผลลัพธ์ (Output) นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศอาจมีการส่งข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback)
4. ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CBIS) คืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
การจัดการข้อมูลสารสนเทศด้วยอาศัยคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบคือ
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)2. ซอฟต์แวร์ (Solfware)3. ข้อมูล (Data)
4. การสื่อสารและเครือข่าย 5. กระบวนการทำงาน (Procedure)6. บุคลากร (People)
ระบบสารสนเทศ คือ การนำเอาองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบ มาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลผล และแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการ และสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็คือในปัจจุบันการดำเนินงานทางธุรกิจนั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ข่าวสารเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นจะต้องได้รับทราบและเข้าถึงให้ได้อย่างรวดเร็ว
2. ข้อมูลกับสารสนเทศ และความรู้แตกต่างกันอย่างไร
ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล สารสนเทศคือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ส่วนความรู้คือการรับรู้และความเข้าใจในสารสนเทศจนถึงระดับที่จะสามารถวิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้ก็คือ มีความเข้าใจ (Understanding) ในองค์ประกอบต่าง ๆ จนอาจสร้างเป็นทฤษฎี หรือเป็นแบบจำลองทางความคิด และสามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินงานได้
3. ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศทั่ว ๆ ไปมีอะไรบ้าง
ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input) การประมวลผล (Processing) และผลลัพธ์ (Output) นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศอาจมีการส่งข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback)
4. ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CBIS) คืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
การจัดการข้อมูลสารสนเทศด้วยอาศัยคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบคือ
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)2. ซอฟต์แวร์ (Solfware)3. ข้อมูล (Data)
4. การสื่อสารและเครือข่าย 5. กระบวนการทำงาน (Procedure)6. บุคลากร (People)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
