วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

บทที่5

คำถามท้ายบทที่ 5
อินเทอร์เน็ตแลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
1. Instant Messaging (IM) คืออะไร สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร และช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไร

- คือระบบการส่งข้อความทันที ระหว่างสองคน หรือกลุ่มคนใน เน็ตเวิร์กเดียวกัน เช่น การส่งข้อความผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- สนับสนุนการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็วฉับไว ทำให้การติอต่อสื่อสารทางธุรกิจมีความสะดวกสบาย และเป็นการลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้เป็นอย่างมาก
2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Business อย่างไร
- E-Commerce จะเน้นการซื้อขายสินค้า หรือบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ส่วน
E-Business เป็นการดำเนินธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนหน้าร้านและหลังร้าน3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ(B2B),ธุรกิจกับลูกค้า(B2C),ธุรกิจกับภาครัฐ(B2G) และลูกค้ากับลูกค้า(C2C)
- ธุรกิจกับธุรกิจ เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งเน้นให้บริการกับลูกค้าที่เป็นองค์การธุรกิจด้วยกัน เช่น โรงสีข้าวกับบริษัทผู้ส่งออก
- ธุรกิจกับลูกค้า เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจผู้ซื้อหรือลูกค้า เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัดธุรกิจก่อสร้างกับผู้รับเหมา
- ธุรกิจกับภาครัฐ เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจเอกชนกับภาครัฐ เช่น การประมูลโครงการต่างๆ
- ลูกค้ากับลูกค้า เป็นการทำธุรกรรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน เช่น การฝากขายสินค้าไว้กับเว็บไซต์
4. จงยกตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมาอย่างละ 5 ข้อ
- ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
1. ทำรูปแบบให้มีความน่าสนใจ
2. สินค้าต้องมีคุณภาพตามที่โฆษณาไว้
3. ความชัดเจน ความกระชับของข้อความโฆษณา
4. มีการทำระบบให้เข้าใจง่าย ง่ายต่อการใช้งาน
5. มีเงื่อนไขการสั่งซื้อที่ชัดเจน การส่งสินค้า นโยบาย การยืนยันหลังการสั่งซื้อ
- ปัจจัยที่ทำให้ล้มเหลว
1. สินค้าไม่ได้มาตรฐานตามที่โฆษณาไว้
2. การบริหารจัดการไม่ดี
3. ไม่มีการบริการหลังการขาย
4. ระบบที่ยุ่งยาก ยากต่อการใช้งาน
5. เกิดความผิดพลาดในระบบอยู่บ่อยครั้ง
5. อินเทอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ กับลูกค้าอย่างไรบ้าง
- ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้ามีมากขึ้นเนื่องจาก การติดต่อสื่อสารมีความรวดเร็ว ,ประหยัดค่าใช้จ่าย และสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา
6. อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์ต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง
- มีความรวดเร็ว
- ประหยัดค่าใช้จ่าย
- ติดต่อกันได้สะดวก
- มีความทันสมัยในรูปแบบการนำเสนอ
- มีการเสนอข้อมูลสินค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- มีการแจ้งข่าวสารได้อย่างสม่ำเสมอ
7. ในยุคของความเจริญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การจัดจำหน่างซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมน่าจะลดน้อยลง และได้รับความนิยมน้อยกว่าการจำหน่ายโดยวิธีการดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น การจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเพราะเหตุใด
- เนื่องจากการดาวน์โหลดมีความยุ่งยาก บางครั้งอาจใช้เวลานานมาก และประสิทธิภาพของซแฟต์แวร์ที่ดาวน์โหลดมาก็ไม่ดีเท่ากับซีดีรอม ข้อดีของซีดีรอมก็คือ สามารถติดตั้งได้ทันที รวดเร็วกว่า สะดวก และมีประสิทธิภาพดี

กรณีศึกษาที่5

กรณีศึกษาบทที่ 5
SF Cinema City นำไอทีพัฒนาธุรกิจและบริการ

1. ระบบไอทีที่เอส เอฟ ซีนีม่า ซิตี้ นำมาใช้นี้ส่งผลต่อเจ้าของธุรกิจและผู้ใช้บริการอย่างไรบ้าง
ตอบ ทำให้โรงภาพยนตร์มีค่าใช้จ่ายลดลงไม่ว่าจะเป็นค่ากระดาษที่ใช้ทำตั๋ว ค่าจ้างพนักงานที่ออกตั๋ว นอกจากนี้ทางผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวกสบายในการจองตั๋วและการชำระเงิน

2. ระบบที่นำมาใช้นี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
ตอบ การชำระเงินผ่านบัตรเครติตเป็นเรี่องสะดวกก็จริง แต่บางคนก็ไม่มีบัตรเครดิตทำให้ไม่สามารถจองตั๋วได้ดังนั้นจะทำให้โรงภาพยนต์ได้กลุ่มลูกค้าที่มีแต่บัตรเครดิตเท่านั้นไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต

3. หากจะนำระบบไอทีของเอส เอฟ ซินีม่า มาให้บริการด้านอื่น ๆ จะแนะนำให้นำไอทีมาต่อยอด
ตอบ 1. นำมาใช้กับการจองห้องพักของโรงแรม
2. การจองตั๋วเครื่องบิน
3. การลงทะเบียนของนักศึกษา

กรณีศึกษาที่4

กรณีศึกษาบทที่ 4
การใช้เครือข่าวไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ (Hertz)

1. จากการประยุกต์ใช้เครือข่ายไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ที่ได้กล่าวข้างต้น แอปพลิเคชั่นที่ประยุกต์เพื่อใช้งานธุรกิจภายในองค์การมีอะไรบ้าง และมีแอปพลิเคชันใดบ้างที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ตอบ 1. การให้บริการเช่ารถยนต์ด้วยความรวดเร็ว
2. การคืนรถยนต์อัตโนมัติ
3. บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
4. การตรวจสอบเส้นทางเดิน
5. บริการเสริมสำหรับลูกค้า
6. การตรวจสอบตำแหน่ง
แอปพลิเคชันที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือ บริการเสริมต่างๆ สำหรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการให้บริการดาวโหลดข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน แผนที่แหล่งช้อปปิ้ง ตลอดจนร้านค้า โรงแรม และแหล่งบันเทิงต่างๆ ผ่านทางเครื่องพีดีเอ

2. ประโยชน์อะไรบ้างที่เฮิร์ตซ์ได้รับจากการตรวจสอบตำแหน่งของรถเช่า และในฐานะที่ท่านเป็นผู้เช่ารถ ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการดำเนินการในลักษณะนี้
ตอบ ช่วยให้บริษัทตรวจสอบได้ว่ารถยนต์ ขณะนี้อยู่ที่ใด ขับด้วยความเร็วเท่าใด และในฐานะที่
เป็นผู้เช่ามีความเห็นว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวมากเกินไป

กรณีศึกษาบทที่ 4
การใช้ RIFD ในห่วงโซ่อุปทานของยา

1. ท่านคิดว่า RIFD มีข้อได้เปรียบกว่าบาร์โค้ดอย่างไรบ้าง
ตอบ สามารถตรวจสอบยาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าบาร์โค้ดเนื่องจากการใช้ RIFD นั้นสามารถระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุโดยการสแกนผ่านรูปทรงของวัตถุได้เลย แต่ในส่วนของบาร์โค้ดนั้นต้องนำที่สแกนไปสแกนให้ตรงกับตำแหน่งที่ติดตั้งฉลากบาร์โค้ดจึงจะสามารถสแกนข้อมูลของยาได้ดังนั้นการใช้บาร์โค้ดจึงทำให้เป็นการเสียเวลามากกว่า

2. จงยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี RFID ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจต่าง ๆ มา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1.ร้านรองเท้า
2 ร้านเครื่องเขียน
3 ห้างสรรพสินค้า

3. ท่านคิดว่าข้อจำกัดของการนำ RFID ไปใช้ในงานธุรกิจมีอะไรบ้าง
ตอบ การติดตั้งระบบค่อนข้างมีราคาแพงอาจไม่คุ้มทุนนะถ้าหากว่าธุรกิจมีขนาดไม่ใหญ่ และ การดูแลระบบอาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะต้องจ้างผู้ตรวจสอบระบบเพิ่มต่างหากทำให้เป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับธุรกิจ

บทที่4

1. จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้
1.1 โปรโตคอล
ตอบ กฏหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูล
1.2 การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI)
ตอบ เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐานสากล
1.3 บลูทูธ
ตอบ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายระยะสั้นไม่เกิน 10 เมตรโดยใช้คลื่นวิทยุในการส่งข้อมูล

2. จากรูปที่กำหนดให้ จงอธิบายเปรียบเทียบมาตรฐานการสื่อสารและเครือข่าย การนำไปใช้งานระหว่าง PAN, LAN, WLAN และ WWAN
ตอบ 1. PAN เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล สำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศและบริการตลอดจนการใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน เทคโนโลยีที่นำมาใช้เช่น บลูทูธ
2. LAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น ระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ความเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูลประมาณ 10-100 Mbps สื่อที่ใช่มักเป็นสายสัญญาณ
3. WLAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นแบบไร้สาย เป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายระยะใกล้โดยไม่มีการเดินสายสัญญาณ
4. WWAN เป็นเครือข่ายไร้สายขนาดใหญ่ครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก

3. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มา
ตอบ 1. โทรศัพท์มือถือ
2. วิทยุสื่อสาร (WalkyTalky)
3. สถานีวิทยุและโทรทัศน์

4. ไวแม็กซ์ต่างจากไวไฟอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ไวแม็กซ์เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สารระดับบรอดแบรนด์บนมาตรฐาน IEEE 802.16 สามารถส่งข้อมูลได้กว้างประมาณ 50 กิโลเมตร ส่วนไวไฟเป็นเทคโนโลยีอินเทอเน็ตไร้สายความเร็วสูงใช้สัญญาณวิทยุในการับส่งข้อมูลแต่มีความสามารถในการส่งข้อมูลจากจุดแอกเซสพอยท์ หรือจุดรับข้อมูลใกล้กว่าไวแม็กซ์

5. จงอธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลไร้สาย (Wireless PAN หรือ WPAN) ที่บ้าน และท่านจะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้างในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้
ตอบ เมื่อนำระบบ WPAN มาใช้ที่บ้านก็จะประยุกต์ไปใช้ในเรื่องของการสั่งพิมพ์งานเอกสารต่างๆ ออกทางเครื่องพิมพ์ทำให้เวลาพิมพ์งานนั้นสะดวกรวดเร็วและไม่ต้องมีสายต่อพ่วงอุปกรณ์ต่างๆ ให้เกะกะ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ก็มี เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีบลูทูธ เครื่องพิมพ์ที่รองรับระบบบลูทูธ

6. จงยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายมา 2 ตัวอย่าง
ตอบ 1. เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นการสื่อสารแบบไร้สายมากขึ้นเนื่องจากงานต่อการติดตั้งและดูแลรักษาทำได้ง่ายกว่าแบบมีสายสัญญาณ
2. จะมีการคิดค้นหรือปรับปรุงเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบเครือข่ายที่มีความสามารถในการสื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วมากยิ่งขึ้น

กรณีศึกษาที่3

1. ฐานข้อมูลกลางของคนไข้ที่โรงพยาบาลจัดเก็บสามารถนำมาวิเคราะห์โดยใช้ดาด้าไมนิ่งได้อย่างไรบ้าง
ตอบ 1. สามารถนำมาวิเคราะห์อาการของคนไข้ว่าอยู่ในระดับใด
2. ทำให้การวินิจฉัยคนไข้ทำได้ถูกต้องแม่นยำและมีความรวดเร็ว
3. สามารถวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ในอนาคตได้โดยดูได้จากประวัติการดื้อยาของคนไข้
4. สามารถนำข้อมูลการรักษาต่างๆ มาจัดทำเป็นแผนป้องกัน และเผยแพร่ความรู้ในโรคที่กำลังจะระบาด

2. หากโรงพยาบาลต้องการพัฒนาระบบใเป็น Web Service ระบบควรมีความสามารถในการให้บริการด้านใดบ้าง
ตอบ 1. สามารถจองคิวรักษาตลอดจนถึงการจองห้องพักล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้
สามารถตรวจเช็คว่าในโรงพยาบาลมีแพทย์เฉพาะทางหรือไม่
2. สามารถตรวจสอบราคาของค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้
3. สามารถตรวจสอบได้ว่ามีบริษัทประกันสุขภาพใดบ้างที่สามารถใช้บริการได้ในโรงพยาบาลนี้
4. สามารถตรวจสอบได้ว่าโรงพยาบาลมีการให้บริการด้านใดบ้าง
5. ให้บริการดาวโหลดแผนที่ตำแหน่งต่างๆ ภายในโรงพยาบาล
6. นำระบบเว็ปแคมมาประยุกต์ใช้สำหรับการเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาลในกรณีที่ญาติผู้ป่วยต้องการเยี่ยมคนไข้แต่ไม่สะดวกที่จะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล

บทที่3

คำถามท้ายบทที่ 3

1. จากภาพที่กำหนดให้ จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ พร้อมยกตัวอย่าง
1.1 ฐานข้อมูล (Database)
ตอบ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล และมีซอฟแวร์ระบบบริหารจัดการข้อมูลช่วยให้การจัดเก็บและค้นหาข้อมูลโดยโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเช่น ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย ฐานข้อมูลแบบกระจาย
1.2 คลังข้อมูล (Data Warehouse)
ตอบ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและหลากชนิดเข้าด้วยกัน เข้าเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์การโดยข้อมูลเหล่านี้ได้รับการเลือก การกลั่นกลอง ปรับแก้ไขให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันเช่นจากภาพ A ถือเป็นคลังข้อมูล (Data Warehouse) โดยข้อมูลจะผ่าน ETL ปรับเปลี่ยนให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบ และค่าที่เหมาะสมก่อนจะจัดเก็บในคลังข้อมูล A
1.3 ดาต้ามาร์ท (Data Mart)
ตอบ เป็นคลังข้อมูลขนาดเล็กที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีขนาดของข้อมูลและค่าใช้จ่ายต่ำ ประโยชน์ที่เด่นชัดคือ การจัดทำคลังข้อมูลใช้เวลาสั้น การนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจก็สะดวกกว่าการใช้คลังข้อมูลกลางขององค์การเช่นจากภาพส่วนที่เป็น ดาต้ามาร์ท (Data Mart) ได้แก่ ฐานข้อมูลงานขาย ฐานข้อมูลการผลิต
1.4 ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)
ตอบ เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด (Extract) ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ชั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถหารูปแบบแนวโน้ม พฤติกรรม ความสัมพันธ์ที่ซ่อนในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่เช่น ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง ลำดับของข้อมูล การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง การพยากรณ์
1.5 การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)
ตอบ เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหาและวิเคาระห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วเช่น การหมุนมิติ (Rotation) การเลือกช่วงข้อมูล (Ranging) การเลือกระดับชั้น (Hierarchy)
1.6 จากภาพที่กำหนด A B และ C หมายถึงสิ่งใด
คอบ A = คลังข้อมูล B = ดาต้ามาร์ท C = OLAP , Data Mining

2. จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานปฏิบัติการขององค์การ
ตอบ พนักงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้

3. ธรุกิจอัฉริยะคืออะไร และมีการนำไปใช้งานอะไร
ตอบ เป็นการใช้ข้อมูลขององค์การที่มีคุณค่ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินงานของธุรกิจ โดยจะเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น การจัดทำประวัติของลูกค้า การประเมินถึงสภาพของตลาดการจัดกลุ่มของตลาด การจัดลำดับทางด้านเครดิต การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร การจัดการความเคลื่อนไหวของสินค้า

4. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดาด้าไมนิ่งมา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. ร้านอาหาร ค้นหาสูตรอาหารใหม่ ๆ
2. โชมรูมรถยนต์ พัฒนารูปแบบการบริหารหลังการขาย
3. สถานบันการศึกษา พัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่

5. จากปัญหาแฟ้มข้อมูลท่านคิดว่าคลังข้อมูลและดาด้าไมนิ่งช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร
ตอบ 1. ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Minimum Redundancy)
2. มีความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence)
3. สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Improved Data Sharing)
4. มีความคล่องตัวในการใช้งาน (Improved Flexibility)
5. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง (High Degree of Data Integrity

กรณีศึกษาที่1

กรณีศึกษาบทที่ 1
1. ประโยชน์ที่ร้านไอศกรีม Iberry นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้ว ท่านคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง?
1. ทำให้ไม่สูญเสียรายได้ที่ต้องเสียไปกับไอศกรีมที่เสียหาย

2. ป้องกันการทุจริตของพนักงานขาย
3. สามารถทราบได้ว่าไอศกรีมรสชาติใดขายได้มากที่สุดและรสชาติใดขายได้น้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ทำการส่งเสริมการขายได้อย่างถูกต้อง
4. สามารถควบคุมและดูแลสาขายย่อยต่างๆ ให้มีมาตรฐานในการบริการและคุณภาพของสินค้าที่เท่าเทียม
2. ท่านคิดว่าในอนาคตร้านไอศกรีม Iberry สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานด้านใดอีกได้บ้าง?ช่วยในการส่งเสริมการขายต่างๆ โดยการโฆษณาผ่านสื่อสารสนเทศ และช่วยในการจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อสารสนเทศหรืออินเตอร์เน็ท
3. จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศกรีม Iberry นั้น ท่านคิดว่าสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ?ธุรกิจ หอพัก หรือสถานที่ให้เช่าที่พักต่างๆ
1. สามารถใช้ระบบเซนเซอร์เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้า เมื่อแรงดันกระแสไฟฟ้าลดลางจนถึงจุดที่กำหนด ระบบไฟฟ้าสำรองจะทำงาน
2. สามารถใช้กล้องวงจรปิดที่ติดตั้ง เพื่อป้องกันและบันทึกเหตุการณ์ร้ายต่างๆ และตรวจจับพฤติกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายที่ไม่คาดคิด
3. สามารถนำซอฟแวร์มาประยุกต์ใช้ในการคิดค่าเช่า รวมไปถึงค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้าและประปา รวมไปถึงค่าบริการเสริมต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

บทที่ 1

1. ระบบสารสนเทศคืออะไร และระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร
ระบบสารสนเทศ คือ การนำเอาองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบ มาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลผล และแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการ และสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็คือในปัจจุบันการดำเนินงานทางธุรกิจนั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ข่าวสารเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นจะต้องได้รับทราบและเข้าถึงให้ได้อย่างรวดเร็ว

2. ข้อมูลกับสารสนเทศ และความรู้แตกต่างกันอย่างไร
ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล สารสนเทศคือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ส่วนความรู้คือการรับรู้และความเข้าใจในสารสนเทศจนถึงระดับที่จะสามารถวิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้ก็คือ มีความเข้าใจ (Understanding) ในองค์ประกอบต่าง ๆ จนอาจสร้างเป็นทฤษฎี หรือเป็นแบบจำลองทางความคิด และสามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินงานได้

3. ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศทั่ว ๆ ไปมีอะไรบ้าง
ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input) การประมวลผล (Processing) และผลลัพธ์ (Output) นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศอาจมีการส่งข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback)

4. ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (CBIS) คืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
การจัดการข้อมูลสารสนเทศด้วยอาศัยคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบคือ
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)2. ซอฟต์แวร์ (Solfware)3. ข้อมูล (Data)
4. การสื่อสารและเครือข่าย 5. กระบวนการทำงาน (Procedure)6. บุคลากร (People)